ทางเข้าบ้านเป็นงานคอนกรีตที่ทำครั้งเดียวแล้วใช้งานยาวนานที่สุดจุดหนึ่งของบ้าน เพราะต้องรับน้ำหนักล้อรถซ้ำ ๆ ทุกวัน ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถส่งของ โจทย์จึงไม่ใช่แค่เทให้เรียบ แต่ต้องได้ทั้งความหนา ฐานที่อัดแน่น และรอยต่อที่ถูกตำแหน่งตั้งแต่แรก

ทางเข้าบ้านควรกว้างและหนาเท่าไหร่

ความกว้างที่พอดีไม่ใช่แค่ให้รถลอดได้ แต่ต้องเผื่อให้เปิดประตูรถได้ด้วย ส่วนความหนาขึ้นกับชนิดรถที่ใช้เป็นหลัก

การใช้งานความกว้างที่แนะนำความหนาคอนกรีต
ทางเดินเท้าภายในบ้าน1.00 ถึง 1.20 เมตร8 ถึง 10 ซม.
ทางเข้าบ้านสำหรับรถหนึ่งคัน3.00 ถึง 3.50 เมตร10 ถึง 12 ซม.
ทางเข้าบ้านสำหรับรถสองคัน5.50 ถึง 6.00 เมตร12 ถึง 15 ซม.
ทางเข้าที่มีรถบรรทุกของเข้า3.50 เมตรขึ้นไป15 ซม.ขึ้นไป

ถ้าบ้านอยู่ในซอยแคบและมีรถหกล้อหรือรถส่งของเข้าออกบ่อย อย่าลดความหนาต่ำกว่า 15 ซม. เพราะรถกลุ่มนี้ทำให้เกิดแรงกดที่ล้อหน้าสูงกว่าการประมาณกำลังแบบบ้านพักมาก และเป็นสาเหตุหลักของทางเข้าแตกเป็นรอยยาวตามแนวล้อ

คำนวณปริมาณคอนกรีตก่อนสั่งปูน

วิธีคิดง่ายที่สุดคือแปลงทุกหน่วยเป็นเมตรก่อน แล้วคูณกันทั้งสามค่า คือ กว้าง คูณ ยาว คูณ หนา จะได้หน่วยเป็นลูกบาศก์เมตร หรือที่วงการก่อสร้างเรียกว่า คิว เช่น ทางเข้ากว้าง 3 เมตร ยาว 6 เมตร หนา 0.12 เมตร จะได้ 3 คูณ 6 คูณ 0.12 เท่ากับ 2.16 คิว

เมื่อได้ตัวเลขแล้วให้บวกเผื่ออีกประมาณห้าเปอร์เซ็นต์ เพื่อชดเชยคอนกรีตที่เหลือค้างในรางหรือพื้นดินที่ดูดซับบางส่วน การสั่งขาดเพียงครึ่งคิวจะทำให้ต้องหยุดเทกลางทางและเกิดรอยต่อเย็นที่แก้ไม่ได้

ราคาเทคอนกรีตทางเข้าบ้านคิดจากอะไร

ราคาจริงประกอบจากสี่ส่วน คือ ค่าคอนกรีตตามปริมาตร ค่าแรงเทและปาด ค่าฐานทรายหรือหินคลุก และค่าตะแกรงเหล็กหากเลือกใส่ ตัวเลขต่อตารางเมตรที่เห็นตามโฆษณาจึงเทียบกันได้ยาก เพราะแต่ละที่รวมของไม่เหมือนกัน

รายการหน่วยผลต่อราคา
คอนกรีตตามคิวลบ.ม.เพิ่มตามปริมาตรรวม
ค่าแรงเทและปาดผิวตร.ม.ขึ้นกับพื้นที่และความเรียบ
ทรายหรือหินคลุกบดอัดตร.ม.ประมาณ 10 ถึง 15 ซม. ต่อชั้น
ตะแกรงกันร้าวตร.ม.ใส่หรือไม่ใส่ได้ ขึ้นกับการใช้งาน

การขอใบเสนอราคาที่ดีควรให้ผู้ขายแยกรายการเหล่านี้ให้เห็น ไม่ใช่ให้ราคาเหมารวมก้อนเดียว เพราะถ้าฐานไม่ถูกบดอัด ราคาที่ถูกกว่าอาจกลายเป็นงานแก้ที่แพงกว่าในภายหลัง

เตรียมฐานให้แน่นก่อนเท

ลำดับงานฐานคือ ขุดแต่งให้ได้ระดับตามที่ออกแบบ แล้วบดอัดดินเดิมให้แน่นก่อน จากนั้นลงทรายหรือหินคลุกหนาประมาณ 10 ถึง 15 ซม. และบดอัดด้วยเครื่องสั่นทีละชั้น ชั้นละไม่เกิน 10 ซม. สุดท้ายจึงปรับระดับให้ลาดเอียงออกจากตัวบ้านเล็กน้อย

ความลาดเอียงควรอยู่ที่ประมาณหนึ่งถึงสองเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้น้ำไหลออกจากบ้านได้โดยไม่รู้สึกว่าเดินแล้วเอียง ถ้าทำพื้นเรียบสนิท น้ำจะขังและซึมลงใต้พื้นจนทำให้ฐานอ่อนตัวในระยะยาว

ขั้นตอนเทและปาดผิว

    • ตั้งไม้แบบให้ได้ระดับและยึดให้มั่นคงก่อนรถปูนมาถึง
    • ตรวจว่าฐานเปียกชื้นพอดี ไม่แห้งจัดจนดูดน้ำจากคอนกรีต
    • เทคอนกรีตไล่จากจุดไกลสุดเข้าหาจุดออก เพื่อไม่ต้องเหยียบเนื้อคอนกรีตที่เทแล้ว
    • ใช้ไม้ปาดปรับระดับตามความลาดเอียงที่ตั้งไว้
    • ปาดผิวให้เรียบด้วยเครื่องปาดหรือเกรียงเหล็กตามชนิดผิวที่ต้องการ
    • เก็บรายละเอียดขอบและมุมให้เรียบก่อนคอนกรีตเริ่มก่อตัว

ระหว่างเทควรมีคนคอยดูไม้แบบตลอดเวลา เพราะแรงดันคอนกรีตสามารถดันไม้แบบให้ปูดออกได้ และการแก้หลังคอนกรีตเริ่มก่อตัวจะทิ้งรอยให้เห็นตลอดไป

รอยต่อที่ต้องมีเพื่อกันรอยแตก

พื้นคอนกรีตกลางแจ้งต้องมีรอยต่อควบคุมการแตกร้าว ระยะห่างที่ใช้กันทั่วไปคือทุก ๆ 3 ถึง 4 เมตร หรือประมาณสองเท่าของความหนาแผ่น โดยตัดรอยลึกประมาณหนึ่งในสี่ของความหนา และต้องตัดให้ทันก่อนที่คอนกรีตจะแตกร้าวเองตามธรรมชาติ

นอกจากรอยต่อตัด ควรมีรอยต่อแยกบริเวณที่พื้นชนกับตัวบ้านหรือเสาเดิม เพื่อให้แต่ละส่วนขยับตัวได้อิสระ การฝืนเทติดกันทั้งหมดจะทำให้รอยแตกไปเกิดที่ผนังบ้านแทน ซึ่งซ่อมยากกว่ามาก

ดูแลผิวคอนกรีตหลังเท

การบ่มคือขั้นตอนที่คนมักข้ามมากที่สุด หลังเทเสร็จให้รดน้ำหรือคลุมด้วยผ้าเปียกต่อเนื่องอย่างน้อยเจ็ดวัน ห้ามปล่อยให้ผิวแห้งสลับเปียกในวันแรก ๆ และห้ามให้รถวิ่งขึ้นไปก่อนครบกำหนด เพราะคอนกรีตที่ยังอ่อนจะรับน้ำหนักไม่เต็มที่แม้ผิวจะดูแข็งแล้ว

สรุป

ทางเข้าบ้านที่ทนทานเกิดจากสามอย่างที่ต้องครบพร้อมกัน คือ ฐานที่บดอัดแน่น ความหนาที่พอดีกับชนิดรถ และรอยต่อที่ตัดถูกตำแหน่ง หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง พื้นจะแตกร้าวเร็วกว่าที่ควรแม้จะใช้คอนกรีตคุณภาพดีเพียงใด