คอนกรตผสมเสรจ-ผสมนำยากนซม-งานพนโพสเทนชน-กำลงอด-350-ksccu-ดงลวดสลง-3-วน-9

คอนกรีตผสมเสร็จ

บริการคอนกรีตผสมเสร็จสำหรับงานก่อสร้างทุกประเภท

Loading...
คอนกรีตผสมเสร็จ ผสมน้ำยากันซึม งานพื้นโพสเทนชั่น กำลังอัด 350 ksc.cu. ดึงลวดสลิง 3 วัน

คอนกรีตผสมเสร็จ ผสมน้ำยากันซึม งานพื้นโพสเทนชั่น กำลังอัด 350 ksc.cu. ดึงลวดสลิง 3 วัน

0.00 ฿
รายละเอียดสินค้า (Description)

คอนกรีตผสมเสร็จ เทพื้นคอนกรีตอัดแรง พื้นคอนกรีตโพสเทนชั่น กำลังอัด 350 กก.ต่อตร.ซม. ผสมน้ำยากันซึม พร้อมดึงลวด 3 วัน พื้นโพสเทนชั่น รับน้ำหนักได้สูง ไร้คาน ช่วงเสายาว

กลับไปหน้าสินค้า

ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามพื้นที่จัดส่งและปริมาณการสั่งซื้อ

ข้อมูลเพิ่มเติม (Additional Information)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คุณสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านปุ่ม "สั่งซื้อเลย" หรือผ่านทางโทรศัพท์และอีเมลที่ระบุในหน้าเว็บไซต์ของเรา

ใช่ เรามีบริการจัดส่งทั่วประเทศ โดยมีค่าจัดส่งขึ้นอยู่กับพื้นที่และปริมาณการสั่งซื้อ

ได้ คุณสามารถติดต่อเราผ่านทางโทรศัพท์หรืออีเมลเพื่อขอใบเสนอราคาได้ตลอดเวลา

รายละเอียดสินค้า (Product Description)

คอนกรีตผสมเสร็จ สำหรับงานพื้นโพสเทนชั่น กำลังอัด 350 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ทดสอบด้วยก้อนปูนทรงลูกบาศก์ อายุคอนกรีต 28 วัน พร้อมดึงลวดสลิง 3 วัน กำลังอัด ≥ 200 ksc

โครงสร้างที่ต้องการคุณสมบัติการทึบน้ำของคอนกรีต ต้องการลดการซึมผ่านของน้ำได้ดี คอนกรีตกันซึม มีคุณสมบัติทึบน้ำสูง และอัดแน่นได้ง่าย จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในโครงสร้างคอนกรีตที่ต้องการคุณสมบัติ กันซึมผ่านของน้ำ

คอนกรีตผสมเสร็จผสมน้ำยากันซึม สำหรับพื้นคอนกรีตอัดแรงหรือพื้นโพสฯ ลดช่องว่างของรอยต่อระหว่างซีเมนต์ หิน ทราย(Transition Zone) ส่งผลให้อัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสานลดลง ตามอายุของคอนกรีตที่เพิ่มขึ้น สืบเนื่องจากผลของปฏิกิริยาไฮเดรชั่น และปฏิกิริยาปอซโซลาน ด้วยหลักการนี้ การใส่สารเคมีกันซึมประเภทลดน้ำ( น้ำยากันซึม ) เพิ่มเติมอีกจึงไม่มีความจำเป็นสำหรับคอนกรีตผสมเสร็จกันซึม จึงมีค่าความทึบน้ำสูงกว่าคอนกรีตผสมเสร็จสำหรับเทพื้นโพสเนชั่นที่ไม่ได้เพิ่มน้ำยากันซึมในการออกแบบคอนกรีต

คอนกรีตผสมเสร็จสำหรับงานพื้นโพสเทนชั่น(คอนกรีตอัดแรง) (Post-Tension Slab)
  • กำลังอัดคอนกรีต: 350 ksc (ทดสอบที่อายุ 28 วัน)
  • ดึงลวดสลิง (Post-Tensioning) เมื่อคอนกรีตมีกำลังอัด 240 ksc (ประมาณ 3 วัน หลังเท)
  • การเทคอนกรีตด้วยเครน พร้อมควบคุมคุณภาพตามมาตรฐาน
คุณสมบัติทางกายภาพที่เหมาะสม คอนกรีตผสมเสร็จโพสเทนชั่น (Post-Tensioned Concrete)
ความสามารถในการไหลได้ดี (High Workability)
มีค่าสลัมป์ระหว่าง 15-20 cm เพื่อให้สามารถไหลเข้าไปในพื้นที่แคบและรอบๆ ลวดสลิงได้ง่าย
การหดตัวต่ำ (Low Shrinkage)
ลดการเกิดรอยแตกลายจากการหดตัวระหว่างการบ่มคอนกรีต
การคายน้ำน้อย (Bleeding Resistance)
ป้องกันการแยกตัวของวัสดุและการเกิดผิวพื้นที่ไม่สม่ำเสมอ
ความหนาแน่นสูง
มีการจัดเรียงตัวของเม็ดกรวดและทรายที่เหมาะสมเพื่อลดโพรงอากาศ
คอนกรีตผสมเสร็จโพสเทนชั่นเชิงวิศวกรรม
คุณสมบัติค่า typicalข้อกำหนดสำคัญ
กำลังอัดมาตรฐาน (28 วัน) 350 ksc ไม่ต่ำกว่า 350 ksc
กำลังอัดเมื่อดึงลวด (3 วัน) 240 ksc ≥ 240 ksc ที่อายุ 3 วัน
โมดูลัสยืดหยุ่น 2.5×10⁵ ksc สูงกว่าคอนกรีตปกติ 10-15%
การยึดหดตัวระยะยาวน้อยมาก≈ 0.0002 หลังดึงลวด
ความสามารถในการรับแรงดัด สูงมากรับโมเมนต์ดัดได้ดีกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป
การพัฒนากำลังอัดคอนกรีตโพสเทนชั่น vs คอนกรีตมาตรฐาน1371428อายุคอนกรีต (วัน)400350300250200150100500กำลังอัด (ksc)
กราฟแสดงอัตราการพัฒนากำลังอัด
สีฟ้า:
คอนกรีตโพสเทนชั่น (พัฒนากำลังเร็วเพื่อดึงลวดได้ที่ 3 วัน)
สีชมพู:
คอนกรีตมาตรฐานทั่วไป
อาคารพื้นโพสเทนชั่น
ภาพประกอบ : ท้องพื้นอาคาร ระบบพื้นโพสเทนชั่น
ส่งคอนกรีตงานพื้นคอนกรีตอัดแรง
ภาพประกอบ : เทคอนกรีต พื้นคอนกรีตอัดแรง
ข้อแตกต่างคอนกรีตโพสเทนชั่นกับคอนกรีตมาตรฐาน
ลักษณะเฉพาะ คอนกรีตโพสเทนชั่น คอนกรีตมาตรฐาน
กำลังอัดเริ่มต้นพัฒนารวดเร็ว (240 ksc ใน 3 วัน) พัฒนาช้า (150 ksc ใน 3 วัน)
ส่วนผสมสัดส่วนน้ำต่อซีเมนต์ต่ำ (w/c ≈ 0.40) สัดส่วนน้ำต่อซีเมนต์สูงกว่า (w/c ≈ 0.50-0.60)
สารผสมเพิ่มSuperplasticizer, Silica fume อาจไม่มีหรือใช้น้อยกว่า
การหดตัวน้อยมาก เนื่องจากถูกอัดแน่นด้วยลวดสลิง มีการหดตัวมากกว่า
การแตกร้าว ลดปัญหาการแตกร้าวได้ดี มีโอกาสแตกร้าวมากขึ้น
ความหนาชิ้นงาน บางได้ถึง 15-20 cm ต้องการความหนามากกว่า 25-30 cm
ช่วงระยะห่างเสา ได้ช่วงยาวกว่า (8-12 เมตร) ช่วงสั้นกว่า (5-8 เมตร)
ต้นทุน สูงกว่าเนื่องจากเทคโนโลยีและวัสดุ ต่ำกว่า
เวลาในการก่อสร้าง เร็วขึ้นเนื่องจากช่วงเสาห่างกว่า ช้ากว่าเนื่องจากต้องมีเสาเพิ่ม
ข้อดีของการใช้คอนกรีตโพสเทนชั่นในงานพื้นคอนกรีตอัดแรง
ลดความหนาของพื้น
สามารถออกแบบพื้นให้บางได้โดยยังคงความแข็งแรง
เพิ่มช่วงระยะเสา
ลดจำนวนเสาได้ถึง 20-30%
ควบคุมการแตกร้าว
แรงอัดจากลวดสลิงช่วยป้องกันการแตกร้าว
ลดการแอ่นตัว
มีการแอ่นตัวน้อยกว่าคอนกรีตมาตรฐาน
อายุการใช้งานยาวนาน
ทนทานต่อการสึกหรอและสภาพแวดล้อมได้ดี

คอนกรีตโพสเทนชั่นจึงเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับงานพื้นในอาคารขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า และที่จอดรถ ซึ่งต้องการพื้นบาง ช่วงเสายาว และควบคุมการแตกร้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อุปกรณ์งานสลิงพื้นอัดแรง
ภาพประกอบ : อุปกรณ์งานพื้นอัดแรง postension equipment
ลวดสลิงงานพื้นอัดแรง
ภาพประกอบ : วางลวดสลิงก่อนเทคอนกรีต พื้นคอนกรีตอัดแรง
คอนกรีตโพสเทนชั่นผสมน้ำยากันซึม ควรใช้น้ำยากันซึมเมื่อใด?
สถานการณ์ เหตุผล ระดับความจำเป็น
พื้นที่ชั้นใต้ดิน (Basement) ป้องกันน้ำซึมจากดินโดยรอบ ⭐⭐⭐ สูงมาก
พื้นชั้นล่างติดดิน (Slab on Grade) ป้องกันความชื้นจากพื้นดิน ⭐⭐⭐ สูงมาก
ดาดฟ้า/หลังคา (Roof Deck) ป้องกันน้ำรั่วซึมจากฝน ⭐⭐⭐ สูงมาก
อ่างเก็บน้ำ/สระว่ายน้ำ กันน้ำรั่วไหลออก ⭐⭐⭐ สูงมาก
ห้องน้ำ/พื้นที่เปียกชื้น ป้องกันน้ำซึมสู่ชั้นล่าง ⭐⭐⭐ สูง
ลานจอดรถชั้นบน ป้องกันน้ำซึมสู่ชั้นล่าง ⭐⭐ ปานกลาง
พื้นโรงงานอุตสาหกรรม ป้องกันของเหลวซึมลงพื้น ⭐⭐ ปานกลาง
พื้นทั่วไปในอาคารสำนักงาน ไม่จำเป็นหากไม่มีความชื้น ⭐ น้อย
ก่อนเทคอนกรีตเติมน้ำยาที่โรงผสมหรือหน้างานก่อนเทขณะเทคอนกรีตผสมกับน้ำสุดท้ายในรถโม่หลังเทคอนกรีตทาผิวหน้าด้วยน้ำยากันซึมแบบเคลือบผิว (อีกวิธี)ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเติมน้ำยากันซึม
ตารางเปรียบเทียบน้ำยากันซึมแบบต่างๆ
ประเภทน้ำยา กลไกการทำงานเหมาะกับงานโพสเทนชั่นข้อควรระวัง
คริสตัลไลน์ (Crystalline)ทำปฏิกิริยากับปูนเกิดผลึกอุดรูพรุน✅ เหมาะมาก ต้องการความชื้นในการเกิดปฏิกิริยา
ลดน้ำ (Water Reducer)ลดปริมาณน้ำทำให้น้ำซึมยาก✅ เหมาะ ต้องควบคุมปริมาณ
ซิลิโคน/ซิเลน (Silane/Siloxane)เคลือบผิวรูพรุนกันน้ำ⚠️ ปานกลาง อาจลดการยึดเกาะ
พลาสติกไฟเบอร์ อุดช่องว่างในเนื้อคอนกรีต ✅ เหมาะ ต้องผสมให้เข้ากันดี
แนวทางการปฏิบัติสำหรับงานโพสเทนชั่น
สำหรับพื้นที่กันน้ำทั่วไป
  1. ใช้น้ำยากันซึมแบบคริสตัลไลน์ผสมในอัตรา 1-2% ของน้ำหนักปูนซีเมนต์
  2. ทดสอบกำลังอัดที่ 3 วัน ต้องไม่ต่ำกว่า 240 ksc
  3. ควบคุมการบ่มให้ดี (Curing) เพื่อให้น้ำยาทำงานเต็มที่
สำหรับพื้นที่กันน้ำสูง (เช่น สระว่ายน้ำ)
  1. ผสมน้ำยา 2 ชนิดร่วมกัน เช่น คริสตัลไลน์ + ลดน้ำ
  2. เพิ่มความถี่การทดสอบการซึมน้ำ
  3. พิจารณาใช้ระบบ 2 ชั้น: ผสมในเนื้อ + เคลือบผิว
สำหรับพื้นที่ทั่วไปที่ไม่ต้องการกันน้ำมาก
  1. อาจไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยากันซึม
  2. เน้นการควบคุมอัตราส่วนน้ำต่อปูนซีเมนต์ (w/c ratio) ให้ต่ำ
  3. บ่มคอนกรีตอย่างดี ก็เพียงพอ
ตัวอย่างกรณีศึกษา
กรณีที่ 1: ที่จอดรถชั้นใต้ดิน 6 ชั้น
ปัญหา:
น้ำซึมจากผนังดินด้านข้าง
วิธีแก้:
ผสมน้ำยาคริสตัลไลน์ในคอนกรีตโพสเทนชั่นทุกชั้น
ผลลัพธ์:
หลังใช้งาน 5 ปี ไม่พบรอยน้ำซึม
กรณีที่ 2: ดาดฟ้าอาคารสำนักงาน
ปัญหา:
ต้องการกันน้ำรั่วแต่ต้องดึงลวดเร็ว
วิธีแก้:
เลือกน้ำยาชนิดไม่กระทบกำลังอัด 3 วัน + เคลือบผิวทับ
ผลลัพธ์:
ดึงลวดได้ตามกำหนด ไม่มีน้ำรั่ว
สรุป
ควรใช้น้ำยากันซึมผสมในคอนกรีตโพสเทนชั่น เมื่อ:
  • พื้นที่สัมผัสน้ำหรือความชื้นโดยตรง
  • ต้องการป้องกันการกัดกร่อนของลวดสลิง
  • ต้องการคอนกรีตที่มีความหนาแน่นสูงพิเศษ
และควรเลือกใช้เมื่อ:
  • มีระยะเวลาดึงลวดเพียงพอ (ไม่เร่งรีบเกินไป)
  • เลือกชนิดน้ำยาที่ไม่กระทบกำลังอัด 3 วัน
  • ควบคุมคุณภาพการผสมและการบ่มอย่างเข้มงวด
  • หากพื้นที่ไม่มีความชื้นหรือน้ำซึม การไม่ใช้น้ำยากันซึมก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยงต่อการดึงลวดล่าช้า