
ถอดแบบคอนกรีต ตามขนาด กว้าง ยาว และความหนาที่ต้องการเทคอนกรีต (ความหนาที่นิยมเทพื้นคอนกรีตทั่วไป อยู่ที่ระยะ 5 - 20 เซนติเมตร)
ซัลเฟต หรือสารประกอบของซัลเฟต เกิดจากการย่อยสลายของสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ พบตามบ่อน้ำ น้ำผิวดินทั่วไป แหล่งน้ำเสีย หรือเกิดจาก สารซักล้างที่ มนุษย์ใช้ในการทำความสะอาด หากมีปริมาณมาก ความเข้มข้นสูง มักสร้างปัญหาให้กับคอนกรีต กัดกร่อนคอนกรีต ตามที่พบเห็นทั่วไป ในโครงสร้างที่อยู่ในน้ำต่าง ๆ
เพิ่มความสามารถในการต้านการกัดกร่อนของซัลเฟต เข้ามาสร้างปัญหาให้กับ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ก่อสนิมในเนื้อโครงสร้างคอนกรีต ลดความแข็งแรงของคอนกรีต
คอนกรีตผสมเสร็จ สำหรับงานก่อสร้าง ที่ต้องการความสามารถในการไหลตัวได้ดี ของคอนกรีตผสมเสร็จ เหล็กเสริมละเอียด แบบหล่อคอนกรีตมีความซับซ้อน เพิ่มความสามารถในการไหลเข้าแบบหล่อคอนกรีตง่าย เหลว ลื่น เทง่าย ไม่เหนียว ปาดเรียบเนียน ได้ง่ายกว่า คอนกรีตออกแบบมาให้มีความไหลลื่นสูง ไหลเข้าแบบได้ง่าย แก้ปัญหาปูนเหนียว ปาดยาก เทยาก ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ช่าง เติมน้ำหน้างาน ทำให้เทคอนกรีตได้ง่ายขึ้น แต่ส่งผลเสียหานต่อการพัฒนากำลังอัด ทำให้เพิ่มโอกาสในการเกิดปัญหาการแตกร้าว เป็นฝุ่น เป็นลดการเกิดโพรง
ในบริบทของความทนทานของคอนกรีต ซัลเฟต คือ เกลือที่มีประจุ ของซัลเฟต ที่พบบ่อย บริเวณขั้วแบตเตอรี่ที่ขึ้นขี้เกลือ นั่นก็เป็น เกลือที่มีประจุของซัลเฟต (SO₄²⁻)เป็นองค์ประกอบ เราสามารถพบการเกิดซัลเฟต ในสภาวะแวดล้อมทั่วไป ในธรรมชาติ หนัก เบา รุนแรง แตกต่างกันไปตามท้องที่ โดยปกติเราพบใน
สารประกอบซัลเฟตที่พบบ่อยและทำลายคอนกรีตมากที่สุด ได้แก่ แคลเซียมซัลเฟต (CaSO₄), โซเดียมซัลเฟต (Na₂SO₄) และ แมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO₄)
ซัลเฟตกัดกร่อนเป็นกระบวนการทางเคมีและกายภาพที่ซับซ้อนซึ่งทำให้คอนกรีตเสียหาย เสื่อมสภาพ โดยมันจะโจมตีสารประกอบหลักสองชนิดในปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ทั่วไป ได้แก่ แคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Ca(OH)₂) และ ไตรแคลเซียมอะลูมิเนต (C₃A)
นี่เป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด ไอออนซัลเฟตในน้ำจะซึมผ่านเข้าไปในรูพรุนของคอนกรีตและทำปฏิกิริยากับส่วนประกอบต่างๆ:
ในสภาพแวดล้อมที่มีความเข้มข้นของซัลเฟตสูงและมีวัฏจักรการเปียก-แห้ง (เช่น บริเวณน้ำขึ้นน้ำลง) ความเสียหายอีกรูปแบบหนึ่งอาจเกิดขึ้นได้
การโจมตีโดยแมกนีเซียมซัลเฟต รุนแรงเป็นพิเศษเพราะไอออนของแมกนีเซียมยังโจมตีเจลแคลเซียมซิลิเกตไฮเดรต (C-S-H) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักที่ให้ความแข็งแรงของคอนกรีต โดยเปลี่ยนมันเป็นเจลแมกนีเซียมซิลิเกตไฮเดรต (M-S-H) ที่ไม่มีคุณสมบัติในการยึดเกาะ สิ่งนี้ทำให้คอนกรีตสูญเสียความแข็งแรงทั้งหมดและอ่อนตัวลง
| คุณลักษณะ | คำอธิบาย | เหตุผลสำคัญ |
|---|---|---|
| การซึมผ่านได้ต่ำ (Low Permeability) | เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุด ทำได้โดยใช้ อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ (w/c) ต่ำ (โดยทั่วไป ≤ 0.45) และปริมาณซีเมนต์ที่เพียงพอ | เนื้อคอนกรีตที่แน่นและซึมผ่านได้ยากจะลดอัตราการซึมผ่านของไอออนซัลเฟตได้อย่างมาก ทำให้ปฏิกิริยาเคมีที่ทำลายล้างช้าลง |
| การใช้ปูนซีเมนต์ทนซัลเฟต | ปูนซีเมนต์ประเภท V (Type V) (ตามมาตรฐาน ASTM C150) หรือ CEM III/B (ปูนซีเมนต์ที่ผสมslag สูง ตามมาตรฐาน EN 197-1) ปูนเหล่านี้มี ปริมาณไตรแคลเซียมอะลูมิเนต (C₃A) ต่ำมาก (≤ 5% สำหรับ Type V) | การลดปริมาณ C₃A ที่ทำปฏิกิริยาอย่างมาก จะลดปฏิกิริยาเคมีหลักที่ก่อให้เกิดผลึกเอททริงไจต์ซึ่งทำให้ขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ |
| การใช้ materials pozollanic (SCMs) | การแทนที่ปูนซีเมนต์บางส่วนด้วย Fly Ash (Class F), Ground Granulated Blast-Furnace Slag (GGBS) หรือ Microsilica (Silica Fume) | วัสดุเหล่านี้จะทำปฏิกิริยากับแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการโจมตีโดยซัลเฟต) เพื่อสร้าง C-S-H gel เพิ่มมากขึ้น ซึ่ง ** consumes the CH** และ ปรับปรุงโครงสร้างรูพรุน ให้ดีขึ้น ทำให้คอนกรีตแน่นขึ้นและทำปฏิกิริยาน้อยลง |
| การบ่มที่เหมาะสม (Proper Curing) | การบ่มด้วยน้ำที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ | ทำให้เกิดการ Hydration อย่างต่อเนื่อง นำไปสู่ microstructure ที่พัฒนาอย่างดีและแน่นหนา มีรู capillary น้อยกว่า จึงเพิ่มความสามารถในการกันการซึมผ่าน |
| ความแข็งแรงอัดสูง (High Compressive Strength) | โดยทั่วไป SRC ถูกออกแบบให้มีระดับความแข็งแรงสูง (เช่น ≥ 35 MPa หรือ 5000 psi) | ความแข็งแรงสูงเป็นผลพลอยได้จากอัตราส่วน w/c ต่ำและเนื้อที่แน่น ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับการซึมผ่านที่ต่ำลงและความทนทานที่ดียิ่งขึ้น |
| การใช้สารผสม entrain air | ในสภาพแวดล้อมที่มีการ freeze-thaw cycle และ มีซัลเฟต จะใช้สารผสม entrain air | ปกป้องคอนกรีตจากความเสียหายทางกายภาพ due to freezing and thawing ซึ่งอาจเปิดช่องทางให้ซัลเฟตซึมเข้าไปได้ |
| คุณลักษณะ | คอนกรีตทั่วไป | คอนกรีตทนซัลเฟต |
|---|---|---|
| เป้าหมายหลัก | ความแข็งแรงที่คุ้มค่า | ความทนทานในระยะยาวในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง |
| ประเภทปูนซีเมนต์ | Type I/II (C₃A สูง) | Type V หรือ CEM III/B (C₃A ต่ำมาก) |
| การออกแบบส่วนผสม | อัตราส่วน w/c มาตรฐาน | อัตราส่วน w/c ต่ำ (≤ 0.45) มักใช้ร่วมกับ SCMs |
| การซึมผ่านได้ | ปานกลางถึงสูง | ต่ำมาก ( microstructure แน่น) |
| คุณสมบัติหลัก | ความแข็งแรงอัด | การกันการซึมผ่าน และความต้านทานทางเคมี |
| ค่าใช้จ่าย | ต่ำกว่า | สูงกว่า (เนื่องจากปูนซีเมนต์พิเศษ SCMs และการควบคุมที่เข้มงวดกว่า) |
คอนกรีตผสมเสร็จ รถโม่เล็ก ต้านซัลเฟต กำลังอัด 350 กก./ตร.ซม. (ksc ทดสอบด้วยการกดก้อนปูนทรงลูกบาศก์ ที่อายุ 28 วัน ) เทโครงสร้างสัมผัสแหล่ง น้ำเสีย น้ำทะเล มลภาวะด้านสิ่งแวดล้อม บ่มคอนกรีตอย่างน้อย 7 วัน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด สั่งจองคอนกรีตผสมเสร็จคุณภาพสูง จัดส่งตรงจากแพล้นท์ในพื้นที่ สมุทรปราการ
เลือกบริการเช่าปั๊มลำเลียงคอนกรีตสำหรับงานเทพื้น อาคารสูง หรือซอยแคบ พร้อมรีวิวคะแนนจากผู้ใช้บริการจริง
เหมาะสำหรับซอยแคบ งานเทพื้นบ้านพักอาศัย ลำเลียงปูนระยะไกล 200m - 2000m สำรวจหน้างานฟรี
แขนบูมยาว 21-47 เมตร เทปูนขึ้นอาคารสูง 3-15 ชั้น กางทำงานรวดเร็วไม่ต้องเสียเวลาต่อท่อ
จำนวน: คิว
รวม: ฿