คอนกรีตผสมเสร็จ ปูนล้วน มาตรฐานงานทั่วไป กำลังอัด 400 ksc (กก./ตร.ซม. ทดสอบด้วยก้อนปูนทรงลูกบาศก์ อายุคอนกรีต 28 วัน )
ปูนล้วน หมายถึง การใช้เฉพาะปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์เป็นวัสดุประสานเพียงอย่างเดียว ไม่มีการผสมวัสดุผสมเพิ่มใดๆ งานคอนกรีตส่วนใหญ่จะผสมวัสดุผสมเพิ่ม เช่น เถ้าลอยหรือซิลิกาฟูม เพื่อปรับปรุงสมบัติด้านความทนทาน ลดความร้อนในการเกิดปฏิกิริยา และลดต้นทุน คอนกรีตมาตรฐานโครงสร้างทั่วไป คอนกรีตผสมเสร็จเป็นวัสดุก่อสร้างพื้นฐานที่ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป เช่น ฐานราก เสา คาน พื้น ถนน โดยผสมตามสูตรมาตรฐานจากโรงงาน ทำให้ได้คอนกรีตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ แข็งแรงทนทาน และใช้งานได้ทันที ประกอบด้วยส่วนผสมหลัก ได้แก่ ปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้ำ และน้ำยาหรือสารเสริมพิเศษ ซึ่งผ่านกระบวนการผสมในโรงงานด้วยระบบควบคุมคุณภาพ ทำให้ได้คอนกรีตที่มีสมบัติทางกายภาพสม่ำเสมอและเหมาะสมกับงานก่อสร้างทั่วไป
ส่วนผสมหลัก (The Basics)
- ปูนซีเมนต์ (Cement):
- เป็นตัวประสานหลัก ทำปฏิกิริยาเคมีกับน้ำ.
- หิน/กรวด (Aggregates/Coarse Aggregates):
- มวลรวมหยาบ ให้ความแข็งแรง.
- ทราย (Sand/Fine Aggregates):
- มวลรวมละเอียด ช่วยเติมช่องว่างระหว่างหิน.
- น้ำ (Water):
- จำเป็นให้เกิดปฏิกิริยาเคมี (Hydration) และทำให้คอนกรีตเหลวเทได้.
วัสดุประสานในคอนกรีตผสมเสร็จประกอบด้วยอะไรได้บ้าง
วัสดุประสาน (Binder) ในคอนกรีตเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ยึดเกาะรวมมวลรวม (หินและทราย) เข้าด้วยกัน โดยทั่วไปประกอบด้วย
ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (Portland Cement) - เป็นวัสดุประสานหลัก
- ชนิดที่ 1 : ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา
- ชนิดที่ 2 : ทนต่อซัลเฟตได้ปานกลาง
- ชนิดที่ 3 : กำลังอัดสูงเร็ว
- ชนิดที่ 4 : ปูนซีเมนต์เกิดความร้อนต่ำ
- ชนิดที่ 5 : ทนต่อซัลเฟตได้สูง
วัสดุผสมเพิ่ม (Supplementary Cementitious Materials - SCMs)
- เถ้าลอย (Fly Ash) - ผลพลอยได้จากโรงไฟฟ้าถ่านหิน
- ซิลิกาฟูม (Silica Fume) - ผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมเหล็กซิลิคอน
- เซราไมก์ (Ceramic waste powder) - จากอุตสาหกรรมเซรามิก
- สารตัวเติมแร่อื่นๆ เช่น หินปูนบดละเอียด
ปูนมอร์ตาร์ หรือ ปูนก่อ-ปูนฉาบสำเร็จรูป (สำหรับงานเฉพาะ)
การใช้ปูนล้วนเป็นวัสดุประสาน: ข้อดีและข้อด้อย
ข้อดี:
- ควบคุมคุณภาพง่าย :
- สมบัติค่อนข้างคงที่ เนื่องจากมีส่วนผสมเดียว
- กำลังอัดพัฒนารวดเร็ว :
- โดยเฉพาะในระยะแรก (7-14 วัน)
- ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความเข้ากันได้ :
- ของวัสดุหลายชนิด
- เหมาะสำหรับงานที่ต้องการกำลังสูงในระยะสั้น :
- เช่น งานซ่อมแซมเร่งด่วน
- กระบวนการผลิตและควบคุมง่าย :
- สำหรับผู้ผลิตคอนกรีต
ข้อด้อย:
- เกิดความร้อนสูงขณะก่อตัว :
- - อาจทำให้คอนกรีตแตกร้าว โดยเฉพาะในองค์ประกอบขนาดใหญ่
- ทนทานต่อสารเคมีต่ำ :
- โดยเฉพาะซัลเฟตและคลอไรด์
- กำลังอัดระยะยาวอาจพัฒนาน้อยกว่า :
- เมื่อเทียบกับการผสมเถ้าลอย
- คอนกรีตมีความพรุนมากกว่า :
- เมื่อเทียบกับการผสมซิลิกาฟูม
- เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า :
- เนื่องจากใช้ปูนซีเมนต์มาก และปูนซีเมนต์ผลิตปล่อย CO₂ สูง
- อาจมีปัญหาเรื่องการหดตัวแห้งมากกว่า:
- ราคาสูงกว่า :
- ในระยะยาวเมื่อเทียบกับการใช้วัสดุผสมทดแทนบางส่วน
ลักษณะทางกายภาพ
- ความหนืด (Consistency):
- มีค่าการยุ่บตัว (Slump) 7.5±2.5 ซม.
- สี (Color):
- สีเทาอ่อนถึงเทาเข้ม ขึ้นอยู่กับชนิดปูนซีเมนต์และวัสดุผสม
- อุณหภูมิ:
- ควรอยู่ระหว่าง 25–35°C เพื่อป้องกันการแข็งตัวเร็วเกินไป
ส่วนประกอบคอนกรีตผสมเสร็จ
| วัสดุ | สัดส่วนโดยปริมาตร (ประมาณ) | คุณสมบัติสำคัญ |
|---|
| ปูนซีเมนต์ | 10–15% | เป็นตัวประสานและให้กำลังอัด |
| ทราย | 25–30% | ละเอียด ช่วยเติมช่องว่าง |
| หิน aggregates | 30–35% | ขนาด 10–20 มม. เพิ่มความแข็งแรง |
| น้ำ | 5–8% | ควบคุมอัตราส่วนน้ำต่อปูน (w/c ratio) |
| สารเติมแต่ง | 0.1–2% (ถ้ามี) | ปรับสมบัติ เช่น เร่งหรือชะลอการเซตตัว |
สภาพคอนกรีตหลังแข็งตัว (Hardened Concrete Properties)
- กำลังอัด (Compressive Strength) :
- 180–240 ksc (ขึ้นอยู่กับการออกแบบ ไม่น้อยกว่ากำลังอัดที่ต้องการ)
- ความหนาแน่น (Density):
- ประมาณ 2,300–2,500 kg/m³
- การยึดเกาะ (Bond Strength):
- สามารถยึดติดกับเหล็กเสริม (rebar) ได้ดี
- ความทนทาน (Durability):
ทนต่อสภาพอากาศและแรงกระแทกปานกลาง
ข้อสังเกตทางกายภาพผิวคอนกรีต
- การหดตัว (Shrinkage):
- อาจเกิดรอยแตกลายหากบ่มน้ำไม่เพียงพอ
- การคายน้ำ (Bleeding):
- น้ำอาจซึมออกด้านบนขณะคอนกรีตยังไม่แข็งตัว
แนวโน้มสำคัญของกราฟ:
- กำลังอัดช่วงอายุเริ่มต้น (1-7 วัน):
- คอนกรีตปูนล้วน:
- ได้รับกำลังอัดเร็วมาก เนื่องจากเม็ดปูนซีเมนต์ทำปฏิกิริยากับน้ำทันที (การเกิดไฮเดรชัน)
- คอนกรีตผสม SCMs (เช่น เถ้าลอย):
- การพัฒนากำลังอัดช้ากว่า เนื่องจาก SCMs ส่วนใหญ่เป็น "ปอซโซลาน" ที่ต้องการผลพลอยได้ (แคลเซียมไฮดรอกไซด์) จากการไฮเดรชันของปูนซีเมนต์เพื่อเริ่มปฏิกิริยาทุติยภูมิ
- จุดตัดกัน (~28 วัน):
- ประมาณอายุทดสอบมาตรฐาน 28 วัน กำลังอัดมักจะใกล้เคียงกัน ด้วยส่วนผสมที่ออกแบบดี คอนกรีตที่มี SCMs สามารถมีกำลังอัด 28 วันเท่ากันหรือใกล้เคียงกับคอนกรีตปูนล้วน
- กำลังอัดระยะยาว (56-90+ วัน):
- คอนกรีตปูนล้วน:
- การพัฒนากำลังอัดคงที่หลังจาก 28 วัน เนื่องจากปูนซีเมนต์เกิดไฮเดรชันเกือบเต็มที่แล้ว
- คอนกรีตผสม SCMs:
- กำลังอัดยังคงเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญเกิน 28 วัน ปฏิกิริยาปอซโซลานิกที่ช้าจะเติมเต็มรูพรุนขนาดจิ๋วและโซนระหว่างตัวประสานกับมวลรวม สร้างเนื้อคอนกรีตที่แน่นและแข็งแรงขึ้น
แนวทางเลือกคอนกรีตและกำลังอัดตามโครงสร้าง
ภาพประกอบ : เลือกกำลังอัดที่เหมาะสม - ตำแหน่ง 1 – 12
- เลือกคอนกรีตผสมเสร็จมาตรฐานงานทั่วไป กำลังอัด 180-280 ksc (กก./ตร.ซม.)
- ตำแหน่ง 13 - 15
- เลือกคอนกรีตผสมเสร็จมาตรฐานงานทั่วไป ผสมกันซึม กำลังอัด 210-280 ksc (กก. / ตร. ซม)
- ตำแหน่ง 16
- เลือกคอนกรีตผสมเสร็จ งานเข็มเจาะเล็ก กำลังอัด 210-280 ksc (กก. / ตร. ซม)
คอนกรีตผสมเสร็จ ปูนล้วน มาตรฐานทั่วไป กำลังอัด 400 ksc (กก./ตร.ซม.) ที่อายุ 28 วัน มีค่าความยุบตัว 7.5±2.5 ซม. ซีเมนต์ล้วนไม่ผสมวัสดุเสริม เถ้าลอยหรือซิลิกาฟูม เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป บ่มคอนกรีตอย่างน้อย 7 วัน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด สั่งจองคอนกรีตผสมเสร็จคุณภาพสูง จัดส่งตรงจากแพล้นท์ในพื้นที่ สมุทรสาคร
ข้อมูลการจัดส่งใน สมุทรสาคร
- รถโม่มาตรฐานขนาด 5 คิว / เที่ยว
- ปั๊มคอนกรีตติดตั้งบูม 32-42 เมตร ให้บริการ
- ความสูงตัวรถโม่ใหญ่ ~3.8 ม. ทางเข้าหน้างานต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 4 ม.
- สามารถจัดส่งด่วนได้ (โทร 02 077 0377)
กรุณาแจ้งจุดกลับรถและสภาพถนนเพื่อประเมินรถ
คำนวณปริมาณคอนกรีต (พื้นสี่เหลี่ยม)
ปริมาณ: 30.0 คิว โดยประมาณ